โบรกเกอร์ต่างประเทศ

FxPro สำหรับนักเทรดในประเทศไทย: บริษัทที่คุณเซ็นสัญญาด้วย

26 นาที · ข้อมูล ณ 3 พฤศจิกายน 2026

FxPro เป็นโบรกเกอร์ตราสารอนุพันธ์ที่ให้บริการลูกค้าในหลายประเทศผ่านบริษัทลูกสามแห่งซึ่งอยู่ภายใต้ผู้กำกับดูแลคนละราย เมื่อคนไทยเปิดบัญชี คำถามแรกไม่ใช่แค่ว่า FxPro มีบริการอะไร แต่คือบริษัทใดในกลุ่มที่จะเป็นคู่สัญญา และใบอนุญาตของบริษัทนั้นครอบคลุมอะไรบ้าง

หน้านี้รวบรวมข้อมูลที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ FxPro เอง โดยไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ FxPro และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจน เช่น บริษัทที่รับลูกค้าไทย หรือวิธีการฝากถอนที่ใช้ได้จริง จะถูกระบุไว้อย่างตรงไปตรงมา พร้อมช่องทางที่ผู้อ่านควรตรวจสอบต่อกับ FxPro หรือหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง

บริษัทในกลุ่ม FxPro และผู้กำกับดูแล

ข้อมูลต่อไปนี้นำมาจากเว็บไซต์ FxPro และเอกสารกำกับดูแลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยผู้อ่านสามารถตรวจสอบเลขทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละแห่งได้โดยตรง

บริษัทผู้กำกับดูแลและเลขทะเบียน
FxPro UK LimitedFCA สหราชอาณาจักร เลขทะเบียน 509956
FxPro Financial Services LimitedCySEC ไซปรัส ใบอนุญาต 078/07
FxPro Global Markets LimitedSCB บาฮามาส ใบอนุญาต SIA-F184
เลเวอเรจสูงสุดสำหรับลูกค้ารายย่อย1:30 สำหรับ FCA และ CySEC, สูงสุด 1:200 สำหรับ SCB
แพลตฟอร์มที่ให้บริการMT4, MT5, cTrader, FxPro WebTrader / FxPro Edge, TradingView (กับบัญชี cTrader), แอปมือถือ FxPro
การคุ้มครองเงินลูกค้าแยกเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัทอย่างเต็มรูปแบบ และมี Negative Balance Protection ทุกบัญชี
คำเตือนความเสี่ยง (เฉพาะ FxPro UK)75% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยขาดทุนจากการเทรด CFD กับผู้ให้บริการรายนี้

สามบริษัทภายใต้ผู้กำกับดูแลสามราย และความหมายต่อคนไทย

FxPro ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทลูกสามแห่ง แต่ละแห่งมีผู้กำกับดูแลและขอบเขตการคุ้มครองต่างกัน FxPro UK Limited อยู่ภายใต้ FCA ของสหราชอาณาจักร เลขทะเบียน 509956 FxPro Financial Services Limited อยู่ภายใต้ CySEC ของไซปรัส ใบอนุญาต 078/07 ส่วน FxPro Global Markets Limited อยู่ภายใต้ SCB ของบาฮามาส ใบอนุญาต SIA-F184

ความหมายต่อคนไทยคือ ระดับการคุ้มครองและเลเวอเรจสูงสุดที่ใช้ได้จะขึ้นอยู่กับบริษัทที่รับเปิดบัญชี หากเซ็นสัญญากับ FxPro UK หรือ FxPro Financial Services จะถูกจำกัดเลเวอเรจที่ 1:30 ตามกฎยุโรป แต่ถ้าเป็น FxPro Global Markets อาจใช้เลเวอเรจสูงสุดถึง 1:200 ตามกฎบาฮามาส

เว็บไซต์ FxPro ระบุว่าให้บริการลูกค้าในกว่า 173 ประเทศ และไม่เปิดบัญชี CFD ให้ผู้มีถิ่นพำนักในสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และแคนาดาเป็นอย่างน้อย โดยอาจมีประเทศอื่นเพิ่มเติมเป็นครั้งคราว ประเทศไทยไม่ได้ถูกระบุชื่อไว้ชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มใด จึงต้องตรวจสอบกับ FxPro โดยตรงว่าบริษัทใดในสามแห่งจะเป็นคู่สัญญาของคุณ

แพลตฟอร์มที่มีให้เลือก และจุดเริ่มต้นสำหรับมือใหม่จากไทย

FxPro ให้บริการแพลตฟอร์มยอดนิยมหลายตัว ได้แก่ MetaTrader 4, MetaTrader 5, cTrader, FxPro WebTrader หรือที่เรียกว่า FxPro Edge, TradingView สำหรับบัญชี cTrader และแอปมือถือ FxPro ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่คุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซที่ซับซ้อนอาจเริ่มจากแพลตฟอร์มบนเว็บหรือแอปมือถือซึ่งเข้าถึงง่ายกว่าโปรแกรมติดตั้งบนคอมพิวเตอร์

MetaTrader 4 เป็นที่รู้จักแพร่หลายและมีแหล่งเรียนรู้จำนวนมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเทรดฟอเร็กซ์และใช้ Expert Advisor ส่วน MetaTrader 5 รองรับสินทรัพย์หลากหลายกว่าและมีเครื่องมือวิเคราะห์เพิ่มขึ้น cTrader มักถูกมองว่าเป็นมิตรต่อการเทรดแบบอัลกอริทึมและมีอินเทอร์เฟซที่ทันสมัย

ในทางปฏิบัติ ผู้เริ่มต้นควรทดลองใช้บัญชีทดลองของแต่ละแพลตฟอร์มเพื่อดูว่าตัวเองถนัดแบบไหน ข้อมูลจากเว็บไซต์ FxPro ไม่ได้ระบุว่าแพลตฟอร์มใดเหมาะกับคนไทยโดยเฉพาะ แต่การมีแพลตฟอร์มหลายตัวหมายความว่าผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความคุ้นเคยและอุปกรณ์ที่ใช้

เงินลูกค้าแยกส่วน กับกองทุนชดเชยความเสียหาย: การคุ้มครองสองแบบที่ไม่เหมือนกัน

การแยกเงินลูกค้าออกจากเงินของบริษัท (segregated client funds) หมายความว่าโบรกเกอร์ต้องเก็บเงินของลูกค้าไว้ในบัญชีแยกต่างหากจากบัญชีดำเนินงานของตัวเอง หากโบรกเกอร์ล้มละลาย เงินส่วนนี้ไม่ควรถูกนำไปชำระหนี้ของบริษัท และควรคืนให้ลูกค้าได้เต็มจำนวนตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด

กองทุนชดเชยความเสียหาย เช่น FSCS ของสหราชอาณาจักร เป็นกลไกอีกชั้นหนึ่งที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ลูกค้าหากโบรกเกอร์ล้มละลายและไม่สามารถคืนเงินได้ โดยมีเพดานการจ่ายต่อคนต่อบริษัท ตัวอย่างเช่น FxPro UK Limited เป็นสมาชิกของ FSCS แต่บริษัทอื่นในกลุ่มอย่าง FxPro Financial Services และ FxPro Global Markets ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนนี้

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าการแยกเงินลูกค้าเพียงอย่างเดียวรับประกันว่าจะได้เงินคืนเสมอ ความจริงคือการแยกเงินช่วยลดความเสี่ยงที่เงินจะปนกับทรัพย์สินของโบรกเกอร์ แต่ถ้าโบรกเกอร์ทุจริตหรือจัดการเงินผิดพลาด เงินอาจไม่ครบ และกองทุนชดเชยจะเข้ามาเสริมเฉพาะในบางเขตอำนาจเท่านั้น

สกุลเงินบัญชีกับสกุลเงินท้องถิ่น: จุดที่เกิดการแปลงและต้นทุนที่ตามมา

บัญชีเทรดมักกำหนดสกุลเงินหลักหนึ่งสกุล เช่น ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร หรือปอนด์ หากผู้เทรดฝากเงินเป็นบาทไทย เงินจะถูกแปลงเป็นสกุลเงินบัญชี ณ จุดใดจุดหนึ่ง อาจเป็นที่ธนาคารต้นทาง ผู้ให้บริการชำระเงิน หรือโบรกเกอร์เอง ขึ้นอยู่กับช่องทางฝากเงิน

การแปลงสกุลเงินมีต้นทุนแฝงสองส่วนคือส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (spread) และค่าธรรมเนียมการแปลงซึ่งอาจถูกเรียกเก็บโดยธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงิน โดยทั่วไปอัตราที่ใช้แปลงจะไม่ใช่อัตรากลางของตลาด แต่เป็นอัตราที่บวกส่วนต่างไว้แล้ว ทำให้ผู้ใช้จ่ายมากกว่าที่เห็นในตารางอัตราแลกเปลี่ยนสาธารณะ

นอกจากนี้ หากต้องถอนเงินกลับเป็นบาท จะเกิดการแปลงอีกครั้งหนึ่งและมีต้นทุนซ้ำซ้อน การเลือกสกุลเงินบัญชีให้ตรงกับสกุลเงินที่ใช้จ่ายประจำ หรือใช้บัญชีเงินตราต่างประเทศของธนาคารไทย อาจลดจำนวนครั้งที่ต้องแปลงและลดต้นทุนรวมได้ แต่ก็ต้องพิจารณาค่าธรรมเนียมบัญชีเงินตราต่างประเทศประกอบด้วย

การป้องกันยอดติดลบ: สิ่งที่คุ้มครองและไม่คุ้มครอง

Negative balance protection หมายถึงการที่โบรกเกอร์รับประกันว่ายอดคงเหลือในบัญชีจะไม่ติดลบ แม้ตลาดเคลื่อนไหวรุนแรงจนขาดทุนเกินเงินฝาก กลไกนี้จะปิดสถานะอัตโนมัติหรือปรับยอดให้เป็นศูนย์เมื่อถึงจุดที่กำหนด เพื่อไม่ให้ลูกค้าเป็นหนี้โบรกเกอร์

สิ่งที่การคุ้มครองนี้ไม่ครอบคลุมคือความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น การขาดทุนจากกลยุทธ์การเทรดที่ผิดพลาด หรือการที่ราคากระโดดข้ามคำสั่งหยุดการขาดทุนจนขาดทุนมากกว่าที่คาดไว้แต่ยังไม่เกินเงินฝากทั้งหมด การคุ้มครองยอดติดลบจะทำงานเฉพาะเมื่อยอดรวมกลายเป็นลบเท่านั้น ไม่ได้ป้องกันการขาดทุนในระดับปกติ

สำหรับผู้เทรดที่ใช้เลเวอเรจสูง การคุ้มครองนี้มีความสำคัญมาก เพราะโอกาสที่ยอดจะติดลบมีสูงขึ้นเมื่อตลาดผันผวน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าการเทรดจะปลอดภัยขึ้นในแง่ผลตอบแทน ผู้เทรดยังคงต้องรับผิดชอบต่อการขาดทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในเงินฝากของตน

อ่านคำเตือนความเสี่ยง: สัดส่วนบัญชีที่ขาดทุนบอกอะไรและไม่บอกอะไร

โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมักต้องเปิดเผยสัดส่วนของบัญชีนักลงทุนรายย่อยที่ขาดทุนจากการเทรด CFD ตัวเลขนี้คำนวณจากบัญชีทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น FxPro UK ระบุว่า 75% ของบัญชีนักลงทุนรายย่อยขาดทุน ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมว่าการเทรด CFD มีความเสี่ยงสูงเพียงใด

แต่ตัวเลขนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าคุณจะขาดทุนหรือไม่ เพราะไม่ได้แยกแยะตามประสบการณ์ กลยุทธ์ หรือระยะเวลาการเทรด และไม่ได้หมายความว่าทุกคนมีโอกาสขาดทุนเท่ากัน 75% บางคนอาจขาดทุนเพียงเล็กน้อยแล้วหยุดเทรด ขณะที่บางคนขาดทุนมากและยังคงเทรดต่อ

การอ่านคำเตือนอย่างถูกต้องคือมองว่าเป็นข้อมูลสถิติที่สะท้อนความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่คำทำนายผลลัพธ์ส่วนบุคคล ผู้ที่คิดจะเปิดบัญชีควรตั้งคำถามกับตัวเองว่าเข้าใจกลไกของ CFD มากน้อยแค่ไหน และยอมรับการขาดทุนได้ในระดับใดก่อนตัดสินใจใช้เงินจริง

การตรวจสอบตัวตนและที่อยู่ที่โบรกเกอร์กำกับดูแลต้องทำก่อนเทรดและก่อนถอน

โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลต้องปฏิบัติตามกฎการรู้จักลูกค้า (Know Your Customer) ซึ่งรวมถึงการขอเอกสารยืนยันตัวตนและที่อยู่ก่อนเปิดบัญชี เอกสารที่ยอมรับโดยทั่วไปคือหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบขับขี่ สำหรับที่อยู่อาจเป็นใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคหรือใบแจ้งยอดธนาคารที่ออกให้ไม่เกินสามเดือน

ก่อนการถอนเงินครั้งแรก โบรกเกอร์มักขอเอกสารเพิ่มเติมหรือให้ยืนยันตัวตนอีกครั้งเพื่อป้องกันการฟอกเงิน กระบวนการนี้อาจรวมถึงการส่งสำเนาบัตรที่ใช้ฝากเงิน หรือการยืนยันบัญชีธนาคารปลายทางว่าตรงกับชื่อเจ้าของบัญชีเทรด

ในประเทศไทย เอกสารยืนยันตัวตนที่ใช้ได้คือบัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่ ส่วนที่อยู่สามารถใช้ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคหรือใบแจ้งยอดธนาคาร ระยะเวลาการตรวจสอบโดยทั่วไปอยู่ไม่กี่ชั่วโมงถึงสองวัน ขึ้นอยู่กับปริมาณงานของโบรกเกอร์และความครบถ้วนของเอกสารที่ส่ง

ภาษีจากกำไรเทรดในประเทศไทย: ใครเป็นผู้รายงานและควรถามใคร

ผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทยต้องนำกำไรจากการเทรดมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร กำไรจากตราสารอนุพันธ์ที่เทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศจัดเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทหนึ่ง และต้องรายงานในแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

ตั้งแต่มีการปรับปรุงกฎเกณฑ์เรื่องเงินได้จากต่างประเทศ เงินได้ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศและถูกโอนเข้ามาในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีในปีที่โอนเข้ามา ไม่ว่ากำไรนั้นจะเกิดขึ้นในปีใดก็ตาม ผู้เทรดจึงควรเก็บหลักฐานการโอนเงินเข้าและออกจากบัญชีเทรดไว้อย่างเป็นระบบ

เนื่องจากอัตราภาษีและเงื่อนไขการหักค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงได้ และขึ้นอยู่กับสถานะของผู้เสียภาษีแต่ละคน คำถามเฉพาะเจาะจงควรสอบถามกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีโดยตรง ข้อมูลบนหน้านี้ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีและไม่มีการระบุตัวเลขอัตราภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงความคลาดเคลื่อน

สิ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลไทยพูดถึงโบรกเกอร์ต่างประเทศและรายชื่อเตือนภัย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ของประเทศไทยไม่ได้ออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ฟอเร็กซ์หรือ CFD รายย่อยในประเทศ นักเทรดไทยจึงมักใช้บริการของโบรกเกอร์ที่จดทะเบียนในต่างประเทศซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ เช่น FCA, CySEC หรือหน่วยงานอื่น

ก.ล.ต. มีรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือถูกเตือนภัยจากหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในและต่างประเทศเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของหน่วยงาน รายชื่อนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบเบื้องต้นว่าโบรกเกอร์ที่สนใจมีประวัติถูกเตือนหรือไม่ แต่การอยู่ในรายชื่อไม่ได้หมายความว่าโบรกเกอร์นั้นโกงเสมอไป เพราะอาจเป็นเพียงการไม่ได้รับอนุญาตในไทย

ผู้ที่จะเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศควรตรวจสอบทั้งรายชื่อเตือนภัยของ ก.ล.ต. และทะเบียนของหน่วยงานกำกับดูแลต้นทางของโบรกเกอร์นั้นโดยตรง เพื่อยืนยันสถานะใบอนุญาตและเงื่อนไขการคุ้มครอง การตรวจสอบสองชั้นนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกโดยโบรกเกอร์ปลอมที่แอบอ้างชื่อบริษัทที่มีใบอนุญาตจริง

สิ่งที่เว็บไซต์ FxPro ไม่ได้ระบุไว้สำหรับประเทศไทย และเอกสารที่ต้องเปิดอ่าน

เว็บไซต์ FxPro ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าบริษัทใดในสามแห่งจะเป็นคู่สัญญาสำหรับผู้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย ข้อมูลนี้จะปรากฏในเอกสารเปิดบัญชีหรือสัญญาลูกค้าที่คุณได้รับเมื่อสมัคร และควรตรวจสอบให้ตรงกับทะเบียนผู้กำกับดูแลที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ

นอกจากนี้ ยังไม่มีการระบุว่าวิธีการฝากและถอนเงินใดใช้ได้จากประเทศไทย และสกุลเงินใดบ้างที่เปิดให้เลือกเป็นสกุลเงินบัญชี ข้อมูลเหล่านี้ขึ้นอยู่กับบริษัทที่รับผิดชอบบัญชีของคุณ และอาจแตกต่างกันไปตามเขตอำนาจ ควรสอบถามฝ่ายสนับสนุนของ FxPro โดยตรงหรือดูในหน้าเงื่อนไขบัญชี

เรื่องอื่นที่เว็บไซต์ไม่ระบุชัด ได้แก่ การมีบัญชีปลอดสว็อป (swap-free) โบนัส หรือสำนักงานตัวแทนในประเทศไทย และขั้นต่ำของบัญชีประเภทอื่นนอกเหนือจากบัญชีมาตรฐานซึ่งแนะนำเงินเริ่มต้นที่หนึ่งพันดอลลาร์สหรัฐแต่ไม่มีขั้นต่ำบังคับ ข้อมูลเหล่านี้ต้องยืนยันกับ FxPro หรือในเอกสารข้อกำหนดของแต่ละบัญชี

เลเวอเรจสูงสุดต่างกัน: หนึ่งต่อสามสิบกับหนึ่งต่อสองร้อยเปลี่ยนอะไรบ้าง

เลเวอเรจคืออัตราส่วนระหว่างเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันกับขนาดของสถานะที่เปิดได้ เลเวอเรจหนึ่งต่อสามสิบหมายความว่าทุกหนึ่งหน่วยของเงินในบัญชีสามารถควบคุมสถานะได้สามสิบหน่วย ขณะที่หนึ่งต่อสองร้อยควบคุมได้สองร้อยหน่วย ยิ่งเลเวอเรจสูง เงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันต่อขนาดสถานะยิ่งน้อยลง

ผลต่อมาร์จิ้นคือ เลเวอเรจสูงช่วยให้เปิดสถานะขนาดใหญ่ขึ้นด้วยเงินเท่าเดิม หรือเปิดสถานะขนาดเดียวกันด้วยมาร์จิ้นที่น้อยลง ทำให้มีเงินเหลือในบัญชีมากขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเพราะการเคลื่อนไหวของราคาเพียงเล็กน้อยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมากเมื่อเทียบกับมาร์จิ้นที่วางไว้

ในสถานะที่ขาดทุน เลเวอเรจสูงจะทำให้ขาดทุนคิดเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นของเงินในบัญชี และอาจถูกเรียกหลักประกันเพิ่มหรือถูกบังคับปิดสถานะได้เร็วขึ้น ตัวอย่างเช่น หากราคาเคลื่อนไหวผิดทางหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ผู้ใช้เลเวอเรจหนึ่งต่อสามสิบจะขาดทุนสามสิบเปอร์เซ็นต์ของมาร์จิ้น แต่ผู้ใช้หนึ่งต่อสองร้อยจะขาดทุนสองร้อยเปอร์เซ็นต์ของมาร์จิ้น ซึ่งเกินเงินที่วางไว้และอาจติดลบได้หากไม่มีการคุ้มครอง

ข้อมูลยืนยัน

บริษัทในกลุ่มสามบริษัทภายใต้ผู้กำกับดูแลต่างกัน
แพลตฟอร์มMT4, MT5, cTrader, WebTrader, TradingView, แอปมือถือ
การคุ้มครองเงินแยกเงินลูกค้าและป้องกันยอดติดลบทุกบัญชี
คำเตือนความเสี่ยงFxPro UK ระบุบัญชีรายย่อยขาดทุน 75%

อ่านต่อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ก่อนจะซื้อ

คำถามที่พบบ่อย

FxPro มีใบอนุญาตอะไรบ้างและใบไหนคุ้มครองคนไทย

FxPro มีบริษัทลูกสามแห่งภายใต้ผู้กำกับดูแลต่างกัน ได้แก่ FCA ของสหราชอาณาจักร เลขทะเบียน 509956, CySEC ของไซปรัส ใบอนุญาต 078/07 และ SCB ของบาฮามาส ใบอนุญาต SIA-F184 คนไทยจะได้รับการคุ้มครองตามบริษัทที่ตนเซ็นสัญญาด้วย ซึ่งต้องตรวจสอบจากเอกสารเปิดบัญชีและทะเบียนผู้กำกับดูแลโดยตรง

เปิดบัญชี FxPro จากประเทศไทยต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

โดยทั่วไปโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลจะขอเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง หรือใบขับขี่ และเอกสารยืนยันที่อยู่ เช่น ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคหรือใบแจ้งยอดธนาคาร เอกสารที่ยอมรับได้จริงสำหรับคนไทยควรตรวจสอบกับ FxPro โดยตรงระหว่างขั้นตอนสมัคร

FxPro รับฝากถอนเป็นเงินบาทไทยหรือไม่

เว็บไซต์ FxPro ไม่ได้ระบุว่ามีวิธีการฝากถอนใดที่ใช้ได้จากประเทศไทย หรือรับสกุลเงินบาทหรือไม่ ข้อมูลนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทในกลุ่มที่รับผิดชอบบัญชีของคุณ และควรสอบถามฝ่ายสนับสนุนของ FxPro ก่อนเปิดบัญชี

เลเวอเรจสูงสุดที่คนไทยใช้ได้กับ FxPro คือเท่าไร

ขึ้นอยู่กับบริษัทที่คุณเซ็นสัญญาด้วย หากเป็น FxPro UK หรือ FxPro Financial Services เลเวอเรจสูงสุดสำหรับรายย่อยคือ 1:30 แต่ถ้าเป็น FxPro Global Markets อาจสูงถึง 1:200 ต้องตรวจสอบในเอกสารเปิดบัญชีว่าบริษัทใดเป็นคู่สัญญาของคุณ

FxPro มีการคุ้มครองยอดติดลบหรือไม่

เว็บไซต์ FxPro ระบุว่ามี Negative Balance Protection สำหรับลูกค้าทุกคน ซึ่งหมายความว่ายอดคงเหลือจะไม่ติดลบแม้ตลาดผันผวนรุนแรง แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงจากการขาดทุนภายในเงินฝาก และควรอ่านรายละเอียดในข้อตกลงลูกค้าประกอบด้วย

กำไรจากการเทรด FxPro ต้องเสียภาษีในประเทศไทยหรือไม่

ผู้มีถิ่นพำนักในไทยต้องนำกำไรจากการเทรดมารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กำไรจากต่างประเทศที่โอนเข้ามาในไทยจะถูกเก็บภาษีในปีที่โอนเข้า ควรปรึกษากรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับรายละเอียดเฉพาะบุคคล

จะตรวจสอบได้อย่างไรว่า FxPro ไม่ใช่โบรกเกอร์ปลอม

ตรวจสอบเลขทะเบียนบริษัทกับหน่วยงานกำกับดูแลต้นทาง เช่น FCA, CySEC หรือ SCB โดยตรง และตรวจสอบรายชื่อเตือนภัยของ ก.ล.ต. ประเทศไทย อย่าเชื่อลิงก์หรืออีเมลที่ไม่ได้มาจากเว็บไซต์ทางการของ FxPro

FxPro มีบัญชีทดลองให้ลองใช้ก่อนหรือไม่

เว็บไซต์ FxPro มีบัญชีทดลองสำหรับแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ทดสอบฟีเจอร์และฝึกเทรดโดยไม่ใช้เงินจริง แต่เงื่อนไขของบัญชีทดลองอาจแตกต่างจากบัญชีจริง เช่น สภาพคล่องและสเปรด ควรตรวจสอบกับ FxPro โดยตรง

บัญชีซื้อขายทองคำระหว่างประเทศ

FxPro: สัญญาส่วนต่างทองคำ ไม่ใช่ทองคำจริง

เปิดบัญชีกับ FxPro เพื่อเข้าถึงราคาทองคำโลกในรูปแบบสัญญาส่วนต่าง การเปิดบัญชีต้องใช้เอกสารยืนยันตัวตนและใช้เวลาหนึ่งถึงสองวัน มีบัญชีทดลองให้ใช้งานฟรี แต่สัญญาไม่ใช่การเป็นเจ้าของทองคำ และไม่มีโลหะถูกส่งมอบหรือเก็บรักษา